หน้าแรก     บทความ     SEO     6 ขั้นตอนการทำ SEO ตั้งแต่ 1 จนถึง 100 ฉบับปี 2020

6 ขั้นตอนการทำ SEO ตั้งแต่ 1 จนถึง 100 ฉบับปี 2020
SEO

6 ขั้นตอนการทำ SEO ตั้งแต่ 1 จนถึง 100 ฉบับปี 2020

3 ปี ที่แล้ว

เรื่องของ SEO (Search Engine Optimization) มีเทคนิคและความรู้ที่มากมาย เพราะการทำ SEO จริง ๆ นั้นไม่มีสูตรสำเร็จว่าแบบไหนดีที่สุด แต่มีเพียงแค่แบบไหนเหมาะกับธุรกิจของเรามากกว่าเท่านั้นเองครับ วันนี้ผมมาแนะนำ แนวทางการทำ SE0 2020 ในแบบที่ Modern ให้เข้าใจง่าย ๆ กันครับ


What is SEO ? อะไรคือ SEO 

หลาย ๆ ท่านน่าจะได้ยินกันบ่อยมากเลยใช่ไหมครับ กับคำว่า SEO แต่ควาหมายจริง ๆ คืออะไร SEO มาจากคำว่า Search Engine Optimization เอาตรง ๆ คือ การทำทุกอย่างเพื่อให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปติดอันดับการค้นหาในหน้าแรกของ Google โดยที่เราไม่ได้ซื้อโฆษณานั้นเองครับ

SEO สำคัญแค่ไหน ?

การที่เราค้นหาอะไรบางอย่างลง Search เราจะเรียกสิ่งนั้นว่า Keyword ซึ่งก็จะได้ผลลัพธ์เป็นรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องมากมาย โดย Google จะเรียงลำดับเว็บไซต์ที่มี Keyword และประโยชน์ที่สุดกับผู้ค้นหา คิดแบบง่าย ๆ เลยครับ เราที่เป็นผู้ค้นหาก็คงจะกดเว็บไซต์ในหน้าต้น ๆ กันอยู่แล้วจริงไหม 

พอนึกภาพออกกันรึยังครับ ว่าถ้าธุรกิจของคุณถูกขึ้นเป็นหน้าแรกของ Google จะมีลูกค้ามหาศาลแค่ไหนที่จะเข้าเยี่ยมชม (Traffic) ดังนั้นนะครับ ต่อให้หน้าเว็บไซต์ของธุรกิจเราดีเลิศแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้าหาไม่เจอ ผมว่าก็แย่เหมือนกัน


 รู้หรือไม่ ! เว็บไซต์ที่ Search Keyword ติดหน้าแรกบน Google นั้นมี คนเยี่ยมชมเว็บไซต์ (Traffic) มากกว่าถึง 10 ของหน้าหลัง ๆ บน Google เลยนะครับ 


เพราะฉะนั้นการทำ SEO จึงสำคัญมาก เพราะหากเว็บไซต์ของเราไม่ได้อยู่ในอันดับแรก ๆ จำนวนคนเยี่ยมชมอาจเป็น 0 เลยก็ว่าได้ครับ ถ้ายังนึกไม่ออก ผมจะให้ดูตัวอย่างเว็บไซต์และสถิติกันนะครับว่าอันดับเนี่ย สำคัญมากจริง ๆ และสำหรับใครที่อยากลองดูสถิติด้วตนเอง ผมใช้โปรแกรม kwfinder ครับผม ลองไปใช้กันได้เลยครับ

SEO ทำยากหรือไม่ ?

ขอตอบเลยว่าไม่ยากครับ เพราะจริง ๆ แล้ว SEO ไม่มีสูตรตายตัว แค่ต้องทำให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราเท่านั้นเองครับ การทำ SEO ที่ดีและมีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มจากการที่เว็บไซต์ธุรกิจของเราต้องดีก่อนครับ แล้วอะไรล่ะที่เรียกว่าดี 


  • เว็บไซต์ธุรกิจต้อง สวยกว่า ของคู่แข่ง 
  • เว็บไซต์ธุรกิจต้อง เร็วกว่า ของคู่แข่ง
  • เว็บไซต์ธุรกิจต้อง ใช้งานง่าย ของคู่แข่ง


หากคู่แข่งของคุณเป็นเว็บไซต์ SHOPEE คุณก็ต้องทำให้ดีกว่าครับ ซึ่งจะยากหรือง่ายนั้นก็อยู่ที่คู่แข่งล้วน ๆ 


ลองมาดูปัจจัยที่จะบอกว่าเว็บไซต์ธุรกิจไหนจะทำอันดับได้ดีกว่ากันครับ 

  1. ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรามีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน เช่น ใช้เวลาอ่านนานแค่ไหน คลิกหน้าอื่น ๆ ต่อรึเปล่า เป็นต้น
  2. อัตราส่วนของคนเข้ามาเว็บไซต์เรา แล้วอยู่แค่หน้าแรกแล้วปิดไป เรียกว่า Bounce Rate ถ้าตรงจุดนี้ยิ่งน้อย ยิ่งดีครับ ลองดู เทคนิคลด Bounce Rate
  3. จำนวนหน้าที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ เปิดดูต่อไปเรื่อยๆ เรียกว่า Daily Pageviews per Visitor จุดนี้ยิ่งเยอะยิ่งดีนะครับ เพราะนั้นแปลว่า เว็บไซต์ของเรามี Content ที่ดีและน่าสนใจ
  4. ค่าเฉลี่ยเวลาที่ผู้เยี่ยมชมอยู่บนเว็บไซต์ของเรา เรียกว่า Daily Time on site 

ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ยิ่งดีเช่นกันเลยนะครับ 


นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่สามารถบอก ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมของ กลุ่มลูกค้าของเรา ( User behavior factor )

จ้างทำ SEO ได้หรือไม่ ?

บอกเลยนะครับว่าจริง ๆ ไม่สามารถจ้างทำ SEO แบบตรง ๆ ได้หรอก จ้างแล้วเว็บไซต์ติดอันดับเลย เป็นไปไม่ได้หรอกครับ หรือถ้าจ้างแล้วได้แค่การเพิ่ม link ต่าง ๆ หรือแค่เพิ่มโปรแกรมสร้าง Bot เข้ามาเปิดปิดเว็บ อะไรแบบนี้ ผมว่าอาจทำให้สูญเงินเสียเปล่านะครับ 


ก่อนจะตัดสินใจจ้างทำ SEO ลองมาทำความรู้จัก Model ธุรกิจการทำเงินของ Google และ Facebook ทั้ง 2 Platform มีรายได้จากค่าโฆษณา ดังนั้น หน้าที่ของทั้ง 2 Platform นี้จึงมักจะชอบบีบให้เจ้าของธุรกิจต้องเสียค่าโฆษณาเพื่อที่จะได้อยู่ในอันดับต้น ๆ ซึ่งหากเจ้าของธุรกิจอย่างเราไม่ยอมเสียเงิน การที่เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับนั่นแปลว่า เว็บไซต์ของเราคุณหน้าภาพดีมาก ๆ เท่านั้นถึงติดอันดันหน้าแรกได้

ถ้าจะจ้างทำ SEO ต้องเริ่มอย่างไร

การทำ SEO ไม่สามารถจ้างทำแบบตรง ๆ ได้ หรือถึงแม้ว่าจะมีคนรับทำ ผมว่าก็ไม่สามารถรับรองแน่ ๆ เลย ได้ว่าจะติดอันดับอยู่ดีจริงไหมครับ เราทำได้เพียงแค่ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของเรามีองค์ประกอบที่ดีและมีคุณภาพ จน Google เองนั่นแหล่ะที่จะดึงเว็บไซต์ของเราให้ติดอันดับ แต่องค์ประกอบที่ดีมีอะไรบ้าง เริ่มต้นยังไง ?  

องค์ประกอบของ SEO ที่ดี มี 

  1. UX/UI Deloper ที่จะสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย
  2. Graphic designer ที่จะออกแบบให้เว็บไซต์สวยงาม
  3. Content Writer ที่จะช่วยเขียนบทความให้น่าสนใจ น่าติดตาม 


เมื่อคุณผนึกกำลังทีมทั้ง 3 ตำแหน่งนี้แล้ว อย่าลืมที่จะให้ทีมงานรู้จักและเรียนรู้ในเรื่องของ SEO ของตำแหน่งนั้น ๆ ด้วยนะครับ จะได้ทำงานได้ถูกต้องและมีคุณภาพ  

Graphic designer จะต้องรู้หลักของ SEO เพื่อที่จะได้ออกแบบและจัดวางองค์ประกอบของรูปภาพ ตัวอักษร กราฟิก อย่างถูกต้อง เพราะต่อให้ทำเว็บไซต์สวยมากแค่ไหน ก็อาจจะไม่พอที่จะทำให้คุณภาพดีตามหลักการได้ 


UX/UI Deloper จะต้องรู้หลักของ SEO เพื่อที่จะมาพัฒนาโครงสร้างของเว็บไซต์ อะไรที่จำเป็นที่ต้องมีเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมใช้งานง่าย และเพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นมิตรกับ SEO มากที่สุด


Content Writer จะต้องรู้หลักของ SEO เพื่อที่จะเข้าใจว่าทาง Google ชอบบทความลักษณะแบบไหน ประเภทใด การจัดเรียงเนื้อหาต้องเริ่มที่อะไร บางทีแค่เขียนสนุก น่าอ่าน อาจจะไม่พอที่จะตรงตามเกณฑ์ของ Google นะครับ 


เพราะฉะนั้นการจะสร้างเว็บไซต์ธุรกิจให้ออกมาดีเยี่ยม ก็เปรียบเหมือนการสร้างบ้านสักหลัง ไม่เพียงแค่ต้องออกแบบให้สวยเท่านั้น แต่ต้องน่าอยู่ อยู่แล้วต้องสะดวกสบาย และที่สำคัญต้องถูกใจทาง Google ด้วยนะครับ

เริ่มต้น แนวทางการทำ SE0 2020 Modern

ลองดูองค์ประกอบคร่าว ๆ กันก่อนนะครับ

1. On site optimization องค์ประกอบต่าง ๆ ที่จะแสดงออกผ่านเว็บไซต์


  • การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ (On page structure)
  • ความเร็วในการเปิดเว็บ (Page loads fast)
  • การเขียน URL ให้ทาง Google เข้าใจง่าย (Use SEO friendly URLs) 
  • การออกแบบเว็บไซต์ที่สามารถแสดงบนอุปกรณ์ได้ทุกประเภท เช่น ทางโทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น (Use Responsive design)
  • การใช้รูปภาพให้เหมาะสมกับการค้นหาบน Google (Image Optimization)
  • ความเชื่อมโยงการของลิงค์ในแต่ละหน้า (Internal links & Outbound Links)
  • ง่ายต่อการแชร์ใน Socail media platform ต่าง ๆ (Social media signals)
  • การสร้างเนื้อหาที่ลงรายละเอียดและเจาะลึก (Long form content)


หรือสำหรับท่านใดที่สนใจคุณ Padvee เคยเขียนเอาไว้ได้ดีมากๆที่ เทคนิคปรับ SEO On page แบบ Full option สามารถลองทำตามได้เลยนะครับ เพื่อให้เว็บไซต์ธุรกิจของเรามีประสิทธิภาพ


2. Mobile Friendly หมายถึง การใช้งานที่ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสะดวกสบายบนโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่แค่เพียงดูบนโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียวนะครับ เช่น ผู้เยี่ยมชมไม่ต้องคอยซูมเพื่ออ่านชื่อสินค้า หรือเลื่อนดูแคตตาล็อคสินค้า เป็นต้น 


3. User Experience ความพึงพอใจของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งโจทย์หลักของผู้พัฒนา คือ  จะทำอย่างไรให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์รู้สึกพึงพอใจที่สุดเมื่อเข้าเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์น่าเชื่อถือ เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวกสบาย ใช้ง่ายเข้าใจง่าย เป็นต้น


4. Keyword Research คำค้นหาที่ผู้ใช้งานต้องการ อาจจะเป็นปัญหาที่ต้องการคำตอบ ดังนั้นการหา Keyword แม่น ๆ สามารถช่วยให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้ามีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มมากขึ้นนะครับ ดังนั้นการจะเขียนบทความลงเว็บไซต์ จึงไม่ควรเขียนโดนไม่มีเป้าหมายหรือจุดประสงค์ไม่อย่างงั้นอาจจะไม่เกิด SEO ใด ๆ ขึ้นมาเลยครับ 

5. Useful Content  บทความที่ดีและน่าอ่าน บางทีอาจไม่ถูก หลักแนวทางการทำ SEO 2020 เสมอไปนะครับ ดังนั้นหากคุณจะเริ่มต้นเขียนบทความลงเว็บไซต์ ควรคำนึกอะไรบ้าง 


  • เน้นบทความที่มีประโยชน์ต่อเว็บไซต์และผู้เยี่ยมชม 
  • แบ่งหมวดหมู่บทความให้ชัดเจนครับ 
  • เน้นปริมาณให้มากเข้าไว้ Google bot จะยิ่งชอบเลยครับ 
  • บทความช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผู้เยี่ยมชมและGoogle ด้วยนะครับ


ดังนั้นนะครับ ยิ่งบทความมีปริมาณมากและมีคุณภาพมากเท่าไหร่ เว็บไซต์ของเราก็จะถูกหาเจอด้วย Keyword ที่หลากหลายมากเท่านั้น ส่งผลให้มีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น สำหรับมือใหม่พึ่งเริ่มเขียนสามารถ ลองศึกษา แนวทางที่จะช่วยให้เขียนบทความถูกหลักSEO 


รู้หรือไม่ ! บทความส่งผลต่อการติดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้า บทความช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพ รวมสินค้ามากขึ้น และเพิ่มความน่าเชื่อถือ 


6. Social Media จุดเด่นของการใช้ Social media ในยุคนี้ 

  • ช่วยแชร์เว็บไซต์ หรือ บทความให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักมากขึ้น
  • ยังเป็น Signal ให้ Google มา Index ข้อมูลบนเว็บได้เร็วขึ้น
  • เพิ่ม Traffic ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ผ่านทางการกระจาย Content 
  • สามารถสร้าง Content ที่เหมาะสมในแต่ละ Platform ของ Social media ได้

7. Backlinks คือการลิงค์จากเว็บไซต์อื่น ๆ กลับมาหาเว็บไซต์ของเราเอง ซึ่งเป็นการการันตีกับทาง Google ว่า เนื้อหาของเว็บไซต์เราได้รับการยอมรับนะ เป็นตัวช่วยให้มีความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการทำ SEO ของเว็บไซต์เรามากขึ้นด้วย 

ทีนี้เราลองมาดู Backlink ประเภทต่างๆกันครับ


  1. Natural Editorial ประเภทนี้ไม่เสียเงินครับ ซึ่งจะเกิดจากเนื้อหาบทความของเว็บไซต์เราดีและมีประโยชน์ ก็จะมีเว็บไซต์อื่น ๆ มาทำการอ้างอิงเนื้อหากลับมา
  2. Manual Link Building คือ ประเภทที่เราสร้างขึ้นมาเอง และเอาไปแปะตามที่ต่าง ๆ สามารถทำการซื้อพื้นที่ได้ แต่ข้อสำคัญเลยคือ ควรทำให้มีคุณภาพ ไม่อยากนั้นอาจจะกลายเป็น spam ได้นะครับ 
  3. Non Editorial เป็นประเภทของลิงค์ที่กลับมาจากคอมเมนท์ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่คนทั่วไปสามารถไปแสดงความคิดเห็นได้ เช่น pantip เป็นต้น 


ถึงแม้ว่าปัจจุบัน Google จะลดความสำคัญของการ Backlinks ลงแต่การทำ Backlink ก็ยังจำเป็นอยู่นะครับ แต่ต้องเป็นลิงค์ที่บทความของเราได้รับจากเว็บที่ดีและมีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลให้โอกาสติดอันดับหน้าแรกได้เช่นเดียวกันครับ ลองดู


เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ แนวทางการทำ SEO 2020 ในสไตล์ Modern พอจะเข้าใจกันบ้าง ใช่ไหมครับ การทำ SEO อาจจะเริ่มต้นยากหน่อยเพราะเราอาจจะยังไม่รู้จักมากพอ และไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหนก่อนดี บางทีต้องลองผิด ลองถูก จนกว่าจะรู้ว่าแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของเรานะครับ นอกจากนี้อย่าลืมหมั่นอัพเดตข้อมูลข่าวสารจากทาง Google อย่างสม่ำเสมอ สำหรับท่านใดที่พึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจก็อย่าพึ่งท้อไป ลองเริ่มต้นเรียนรู้จากบทความ แนวทางการทำ SEO 2020 ที่ผมเขียนเป็นตัวอย่างกันนะครับ

Copyright © 2024 NB Digital Team.
All Rights Reserved.