หน้าแรก     บทความ     SEO     ประเภทของ Keyword คืออะไร มีแบบไหนบ้าง!

ประเภทของ Keyword คืออะไร มีแบบไหนบ้าง!
SEO

ประเภทของ Keyword คืออะไร มีแบบไหนบ้าง!

3 เดือน ที่แล้ว

Keyword คือองค์ประกอบสำคัญ ที่กระจายตัวอยู่ทุกอณูบนหน้าเว็บไซต์ของคุณ ขาดสิ่งนี้ไป อันดับ SEO ของคุณคงไม่มีทางที่จะขยับขึ้นมาดีได้แน่นอน


หากคุณต้องการที่จะเพิ่มคะแนน SEO ของเว็บไซต์นั้น การ ‘เลือกคีย์เวิร์ดผิด คิดจนตัวตาย’ เนื่องจาก Keyword คือกุญแจสำคัญในการทำ SEO เมื่อขาดความรอบคอบ เลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มี search volume ต่ำจนเกินไป เป็นเรื่องยากที่แบรนด์ สินค้า หรือเว็บไซต์ของคุณจะถูกเลือกใช้คำเหล่านั้นสำหรับการค้นหา แต่หากเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มี search volume มากจนเกินไป ก็จะตามมาด้วยแต้มการแข่งขัน (Competition point) ที่มากโขด้วยเช่นเดียวกัน การเลือกใช้คีย์เวิร์ดเดียวกับแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่ยอดการแข่งขันสูงลิ่วนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะการที่คุณจะทำการตลาด หรือทำอันดับ SEO ให้ชนะแบรนด์ใหญ่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว ดังนั้น แรกเริ่มก่อนที่จะหาคีย์เวิร์ดมาใช้ คุณควรจะทำความเข้าใจว่าแต่ละประเภทของ Keyword คืออะไรให้ดีพอ เพื่อที่จะมีเทคนิคสำหรับการเลือกใช้คีย์เวิร์ดให้ถูกต้อง ถูกสถานการณ์ และถูกจังหวะ สำหรับเว็บไซต์ของคุณ

ประเภทคีย์เวิร์ด คืออะไร และมีอะไรที่จำเป็นต้องรู้ก่อนทำ SEO

1.Generic/Mass Keyword 

Generic/Mass Keyword คือ คีย์เวิร์ดที่มียอดการค้นหาสูงสุดจนไปถึงสูงลิ่ว เป็นคำที่ไม่เฉพาะจง (Unspecific Keyword) เป็นคำกว้าง ๆ สำหรับใช้ค้นหาสิ่งของ หรือสินค้าแต่ละประเภท ยกตัวเช่น เมื่อมีใครสักคนต้องการรองเท้าสำหรับวิ่งออกกำลังกายดี ๆ สักคู่ แต่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับรองเท้าประเภทนี้มาก่อน ไม่รู้จักแบรนด์ของรองเท้าวิ่งเลยสักแบรนด์ คำแรกที่คนจำนวนมากมักจะใช้ค้นหานั้นก็คงจะต้องเป็น ‘รองเท้าวิ่ง’ เพราะเป็นคำกว้าง ๆ ที่จะนำมาซึ่งคำตอบที่หลากหลาย คีย์เวิร์ดประเภทนี้ มียอด Search Volume ที่สูง ย่อมมี Competition point ที่สูงมาก ๆ ไม่ต่างกัน เพราะไม่ว่าแบรนด์รองเท้าวิ่งแบรนด์ไหน ต่างก็คงต้องการให้คนเห็นสินค้า หรือเว็บไซต์ตัวเองจากการพิมพ์แค่ว่า ‘รองเท้าวิ่ง’ ในช่องค้นหาด้วยกันทั้งนั้น

2.Nich Keyword

Nich Keyword คือคีย์เวิร์ดที่นิยมใช้ และใช้งานได้ดี หากคุณเป็นเว็บไซต์จากแบรนด์ขนาดกลาง หรือแม้จะเป็นเว็บไซต์จากแบรนด์น้องใหม่ก็ตาม Nich Keyword คือการต่อยอดมาจาก Generic/Mass Keyword เพื่อลด Competition point จึงมีการใส่คำที่มีความเฉพาะเจาะจง ทำให้มีความ specific ในคำ ๆ นั้นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น จากที่แต่เดิม หากเว็บไซต์ของคุณสร้างขึ้นเพื่อขายสินค้าประเภทรองเท้าวิ่ง และแน่นอน ในเมื่อคุณไม่ใช่แบรนด์ใหญ่แบรนด์โต ไม่มีชื่อเสียงมากพอ การเลือกใช้คำว่า รองเท้าวิ่งไปตรง ๆ อาจจะเป็นการเสี่ยงเกินไป ดังนั้น คุณจึงควรที่จะใส่ความเฉพาะเจาะจงลงไปท้ายคำเล็ก ๆ น้อย ๆ อาทิ รองเท้าวิ่งสำหรับผู้ชาย, รองเท้าวิ่งสำหรับผู้หญิง, รองเท้าวิ่งเด็กผู้ชาย, รองเท้าวิ่งเด็กผู้หญิง หรือรองเท้าวิ่งลายการ์ตูนเป็นต้น

3.Long Tail Keyword

Long Tail Keyword คือคีย์เวิร์ดความเฉพาะเจาะจงที่สุด มีรายละเอียดของสินค้าที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชื่อแบรนด์ ราคา รุ่น เป็นกลุ่มคำที่มียอด Search Volume ค่อนข้างต่ำ แต่ Competition point อาจจะไม่ได้ต่ำในบางครั้ง เพราะเป็นคำที่มีความ Specific ที่เฉพาะเจาะจง เป็นคำที่มีกลุ่มคนที่รู้ตัวว่าตัวเองต้องการอะไรเสิร์ชกัน ยกตัวอย่างเช่น มีสาวพลัสไซต์ต้องการเริ่มวิ่งออกกำลังกาย และต้องการใส่รองเท้าวิ่ง ๆ ที่รองรับน้ำหนักได้ดี หากเราต้องการทำให้เธอเห็นเว็บไซต์ของเรา ก็อาจจะเลือกคำว่า รองเท้าวิ่งไซส์ใหญ๋ ใส่บาย, รองเท้าวิ่งสำหรับคนอ้วน สีสวย หรือรองเท้าวิ่งสาวพลัสไซต์ ใหญ่พิเศษ ก็จะมีความเฉพาะเจาะจงที่มาก และส่งตรงต่อกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงได้ดีเช่นกัน

หลัก ๆ แล้ว Keyword ทั้ง 3 ประเภทข้างต้น เป็นประเภทที่จำเป็นต้องรู้สำหรับคนทำ SEO เป็นประเภทคีย์เวิร์ดเบื้องต้นที่เพียงพอแล้วสำหรับการทำ SEO แต่หากมีความตั้งใจ อยากทำ SEO ให้มีอันดับที่ดียิ่งขึ้นมาก ๆ มุ่งหวังให้เว็บไซต์ติดอันดับ 1 ของการค้นหา คุณจะต้องทำความรู้จักกับประเภทของ Keyword เพิ่มเติมนอกจากนี้อีกสักหน่อย

4.Short-Term Fresh Keyword

Short-Term Fresh Keyword คือคีย์เวิร์ดเฉพาะช่วงเวลา เล่นกับกระแสสังคม และไวรัลจากสื่อต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินอยู้ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อภาพยนตร์ หรือมีมต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่ภาพยนตร์ซอมบี้เรื่อง Train to Pusan กำลังดี คุณอาจจะนำคำว่า Train to Pusan มาใช้ เพื่อเพิ่มยอด Engagement ก็ได้ ‘รองเท้าวิ่ง ที่ Train to Pusan ไว้ใจ’ เป็นต้น ทั้งนี้ Short-Term Fresh Keyword คือ คีย์เวิร์ดประเภทนี้อาจจะใช้ได้ดีสำหรับการเปิดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ให้กับเว็บไซต์ของคุณ แต่ยอด Search Volume ก็จะมีมากเฉพาะแค่ช่วงที่ที่มาของคำ ๆ นั้นยังอยู่ในกระแส และจะตกลงอย่างรวดเร็ว เมื่อกระแสซา และหายไป

5.Brand Keyword

Brand Keyword คือคีย์เวิร์ดที่ค่อนข้างที่จะเถรตรง ยิงตรงมายังเว็บไซต์ และแบรนด์ของคุณโดยตรงผ่านการใช้ชื่อแบรนด์เป็นคีย์เวิร์ดโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น Honda, Yamaha, Hitoshiba, Nike และ Vans ทั้งนี้ คีย์เวิร์ดประเภทนี้ อาจจะต้องใช้บุญเก่า หรือชื่อเสียงแต่ดั้งแต่เดิมของแบรนด์เป็นตัวช่วยในการทำให้ผู้อื่นเสิร์ชมาหาเรา มียอด Search Volume และ Competition Point ที่ต่ำ แต่หากคุณโชคดีที่มีคนรู้จักแบรนด์คุณ อาจจะเป็นกระแสปากต่อปาก หรือไวรัลอยู่ล่ะก็ Brand Keyword คือทางลัดสำหรับสร้างอันดับ และรายได้ที่ดีให้กับคุณแน่นอน

6.Geo-Target

Geo- Target Keyword คือคีย์เวิร์ดเหมาะสำหรับเว็บไซต์ของแบรนด์ขนาดเล็กจนถึงกลาง มีสาขาเฉพาะอยู่เป็นแหล่ง ๆ ในแต่ละจังหวัด จะสามารถตีกรอบกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น ร้านชานมไข่มุกชลบุรี ร้านรองเท้าวิ่งชลบุรี หรือร้านขายส่งเครื่องสำอางชลบุรีเป็นต้น

7.Intent Keyword 

Intent Keyword คือเป็นคำที่จะเน้นกระตุ้นต่อมความสนใจของคน หรือเป็นคำที่คนบางกลุ่มมักจะหาโอกาสเสิร์ชเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่น ลดราคา รีวิว เห็นผลจริง ก็อาจจะใช้คู่กับคีย์เวิร์ดหลักของเราเช่น ลดราคา รองเท้าวิ่ง รีวิวรองเท้าวิ่ง หรือ รองเท้าวิ่งลดแรงกระแทกเห็นผลจริง เป็นต้น

เป็นยังไงกันบ้างครับ พอจะแยกประเภทคีย์เวิร์ดกันได้ดีขึ้น มองเห็นประเภทคีย์เวิร์ด หรือเลือกคำคีย์เวิร์ด Keyword คือกุญแจสำคัญที่เราจะใช้เพื่อทำ SEO กันได้แล้วหรือยัง ทั้งนี้ การใช้คำเรียกประเภทคีย์เวิร์ด แต่ละแหล่งอาจจมีคำเรียกที่แตกต่างกันออกไป แต่ความหมายและองค์ประกอบต่าง ๆ ของประเภทคีย์เวิร์ดนั้นเหมือนกัน หากคุณมีความรู้ ความเข้าใจว่า Keyword คืออะไร และจดจำประเภทคีย์เวิร์ดทั้ง 7 นี้ได้ครบถ้วน แปลว่าคุณมีศักยภาพ และมีความพร้อมสำหรับการทำ SEO เว็บไซต์ที่ดีแน่นอนครับ